รถเข็น
Item(s) - ฿0

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการชาร์จมือถือ

.

1. การชาร์จสมาร์ทโฟนทิ้งไว้ข้ามคืนจะทำให้โอเวอร์ชาร์จและระเบิดได้

.

.

แต่ความจริงก็คือ เราไม่สามารถโอเวอร์ชาร์จสมาร์ทโฟนจากการชาร์จโดยปกติได้ เนื่องจากระบบจัดการพลังงานของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันจะค่อยๆ ลดการจ่ายกระแสไฟลงเรื่อยๆ เมื่อการชาร์จเข้าใกล้ 100% (สังเกตว่าการชาร์จ 80% แรกจะเร็วมาก แต่หลังจากนั้นจะช้าลง) และจะตัดกระแสไฟเมื่อชาร์จจนเต็ม 100% แล้ว หากทุกอย่างทำงานถูกต้อง การโอเวอร์ชาร์จจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย

.

2. ควรใช้สมาร์ทโฟนจนแบตหมดเกลี้ยงแล้วค่อยชาร์จจนเต็ม

.

.

ที่มาของความเชื่อนี้ น่าจะมาจากวิธีการชาร์จแบตเตอรี่ประเภท นิกเกิล-แดคเมียม (Ni-Cd) ซึ่งนิยมใช้กันมากช่วงยุค 90 ซึ่งแบตเตอรีชนิดนี้

มีข้อจำกัดด้านการจดจำกระแสเดิม (memory effect) หากนำไปชาร์จโดยที่ยังเหลือประจุอยู่ ความจุของตัวแบตจะลดลง

แต่แบตเตอรีที่ใช้กันอยู่ในสมาร์ทโฟนเป็นแบตเตอรีชนิด ลีเธียม-ไอออน (Li-Ion) ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่อง memory effect เหมือนกับแบต Ni-Cd แต่ความจุจะค่อยๆ ลดลงตามรอบการชาร์จ (cycle)

และไม่ได้ลดแบบฮวบฮาบ บางคนเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ก่อนแบตจะเสื่อมด้วยซ้ำไป ดังนั้น เราจึงสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนของเราได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องรอให้เหลือ 0% ครับ

.

3. ต้องใช้แท่นชาร์จและสายชาร์จยี่ห้อเดียวกับมือถือของเราเท่านั้น

.

.

แน่นอนว่าการใช้สายชาร์จของแท้ที่เป็นของแบรนด์สมาร์ทโฟนโดยตรงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการใช้สายชาร์จยี่ห้ออื่นจะเป็นอันตรายแต่อย่างใด

ตราบใดที่อุปกรณ์เป็นของแท้และเป็นยี่ห้อที่มีชื่อเสียงก็สามารถใช้งานแทนกันได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าสายชาร์จบางรุ่นอาจจะไม่รองรับระบบชาร์จเร็วซึ่งต้องตรวจสอบให้ดีก่อนซื้อมาใช้ครับ 

.

4. การชาร์จไปด้วยเล่นไปด้วยจะทำให้เครื่องระเบิดได้

.

.

สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนเมื่อเราชาร์จไปด้วยเล่นไปด้วยคือแบตเตอรีจะคายประจุและเก็บประจุไปพร้อมๆ กัน

เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้บางส่วนของแบตเตอรีผ่านรอบการชาร์จ (cycle) มามากกว่าส่วนอื่นๆ หรือพูดง่ายๆ คือ 

แบตเตอรีเสื่อมไม่เท่ากันทั้งก้อน และหมดสภาพไปก่อนเวลาอันควร ส่วนการที่แบตเตอรีจะระเบิดหรือลุกไหม้ได้นั้น

ขึ้นอยู่กับความร้อนสะสมและแรงดันไฟฟ้าเกินจากอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมากกว่า ดังนั้นหากต้องการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรีให้นานที่สุด

ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานสมาร์ทโฟนหนักๆ (เช่นการเล่นเกม) ระหว่างชาร์จ ส่วนการใช้งานเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไปไม่น่าจะส่งผลอะไรมากครับ

.

5. ควรปิดแอปพลิเคชันพื้นหลังทั้งหมดเพื่อประหยัดแบตเตอรี่

.

.

แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นการกระทำที่สูญเปล่าเพราะส่วนใหญ่แอปพลิเคชันพวกนี้จะกลับมาทำงานบนพื้นหลังอีกครั้งทันทีที่เราปิดมัน ส่วนตัวการจอมสูบเบตเตอรีตัวจริงนั้นคือหน้าจอแสดงผล

ดังนั้นการเปิดหน้าจอขึ้นมาไล่ปิดแอปพลิเคชันพื้นหลังบ่อยๆ จึงกินพลังงานมากกว่าการปล่อยทิ้งไว้ให้มันทำงานของมันไปเฉยๆ ครับ

.

Cr. thaimobilecenter.com